ตลาดคริปโตฯ จะเข้าสู่ภาวะหมี (มีเงินเย็นเป็นโอกาส)

ตลาดคริปโตฯ จะเข้าสู่ภาวะหมี (มีเงินเย็นเป็นโอกาส)

จัดสรรเงินออมเป็นสัดส่วน

เราควรจัดสรรเงินออมออกเป็น 3 ส่วน ซึ่งจะมีภาระหน้าที่แตกต่างกัน ได้แก่

1. “เงินออมเพื่อใช้จ่าย”

เป็นเงินเก็บที่ช่วยสร้างสภาพคล่องในการใช้จ่ายของคุณ เวลาอยากซื้อ หรือช๊อปปิ้ง อยากได้อะไร ให้ใช้เงินในส่วนนี้ เพื่อสามารถหยิบเงินออมส่วนนี้ออกมาจ่ายได้ทันทีโดยไม่ต้องกังวล

2.“เงินออมเผื่อฉุกเฉิน”

เมื่อที่มีรายจ่ายเกินกว่าปกติ สามารถดึงเงินส่วนนี้ออกมาใช้ได้ ดังนั้นควรสำรองเตรียมไว้ให้เพียงพอสำหรับใช้จ่ายอย่างน้อย 3 เดือนล่วงหน้า (จำเป็นมากในยุคปัจจุบัน)

3. “เงินออมเพื่อลงทุน” หรือที่เรียกว่า “เงินเย็น”

ควรเป็นเงินออมที่สร้างผลตอบแทนที่ดี และไม่มีความจำเป็นต้องดึงเงินส่วนนี้ออกมาใช้ เหมาะแก่การเป็นเงินเย็นที่นำไปลงทุนต่อยอดกำไรได้ในระยะยาว หรือนำไปออมในรูปแบบอื่นๆ ซึ่งให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่ามากกว่าการออมแบบสะสมทรัพย์ทั่วไป แนะนำเงินส่วนนี้ไม่ควรเอาเข้ามาเกี่ยวข้องกับส่วนอื่นๆ ควรแบ่งออกให้ชัดเจนเลย

ลงทุนด้วยเงินเย็นคืออะไร ทำไมถึงต้องลงทุนด้วยเงินเย็น

เงินเย็นคืออะไร

คือ เงินที่เราแยกออกมาจากใช้ชีวิตประจำวัน โดยที่เราไม่จำเป็นต้องไปแตะต้องเงินนั้นเราก็ใช้ชีวิตของเราได้โดยไม่ลำบาก ซึ่งชื่อจริงๆ ของเงินเย็นก็คือ “เงินออมเพื่อการลงทุน” นั้นเอง

มีเงินเย็นเป็นโอกาส

เหตุผลที่เมีเงินเย็นเป็นโอกาส เพราะในช่วงเวลาที่เราเอาเงินไปลงทุน เช่น เอาไปซื้อหุ้น แต่เกิดวิกฤตทางการเงินของเราขึ้นมา เกิดอาการช็อต เงินไม่พอใช้ ต่อเดือน ซึ่งเงินเดือนก็ยังไม่ออก จำเป็นต้องขายหุ้นทิ้ง เพื่อถอนเงินมาซื้อข้าว จะทำให้เราเสียโอกาสในการลงทุนได้ หรือบางครั้งกองทุนที่เราเล็งๆไว้ลดราคาลงเพราะตลาดปรับตัว(และเป็นกองทุนที่ดี) ถ้าเรามีเงินเย็นเราก็สามารถเข้าซื้อกองทุนนั้นได้ในราคาถูก ทำให้เราสร้างกำไรได้มากขึ้น โอกาสที่ดีมีมาให้คนที่พร้อมเสมอ นั้นแหละคือ จังหวะและโอกาสที่ดีจริงๆ

ตลาดหมีคืออะไร

ตลาดหมี หมายถึง ช่วงเวลาที่อุปทานสูงกว่าอุปสงค์ ความเชื่อมั่นต่ำ และราคาตกต่ำลง นักลงทุนที่มองในแง่ลบซึ่งเชื่อว่าราคาจะตกต่ำลงอย่างต่อเนื่องนั้นจึงถูกเปรียบเป็น “หมี” การซื้อขายในตลาดหมีอาจเป็นเรื่องยาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับเทรดเดอร์ที่ไม่มีประสบการณ์

เป็นเรื่องยากในการคาดเดาว่าตลาดหมีจะสิ้นสุดลงเมื่อใดและจะถึงราคาต่ำสุดเมื่อใด ทั้งนี้เนื่องจากการดีดตัวกลับขึ้นมักจะเป็นกระบวนการที่ช้าและคาดเดาไม่ได้ ซึ่งอาจได้รับอิทธิพลจากปัจจัยภายนอกมากมาย เช่น การเติบโตของเศรษฐกิจ จิตวิทยานักลงทุน และข่าวสารหรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั่วโลก

ภาวะที่ตลาดซบเซาหรือที่เรียกว่า ตลาดหมี

นักลงทุนต้องรู้เลยว่า เป็นระยะที่มูลค่าการซื้อขายหุ้นตกต่ำ ดัชนีราคาหุ้นลดลง หรือมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง ซึสามารถดูจากสภาพการณ์ ดังนี้

1. ภาวะเศรษฐกิจของประเทศตกต่ำ

คือ การลงทุนของธุรกิจมีน้อย ภาวะตลาดการค้าซบเซา ผลประกอบการของบริษัทต่างๆ มีกำไรลดลง โครงการลงทุนภาคอุตสาหกรรมจำนวนมากต้องเลื่อนออกไป หรือล้มเลิก การลงทุนต่างประเทศลดน้อยลง

2. การคาดคะเนในตลาดหุ้นเป็นในทางลบ

คือ นักลงทุนไม่อยากลงทุนซื้อหุ้น แต่นำเงินไปลงทุนในสินทรัพย์ปลอดภัย หรือฝากธนาคารไว้ ทำให้ภาวะการซื้อขายซบเซาลง

3. ตลาดหุ้นในต่างประเทศก็มีแนวโน้มที่จะลดต่ำลงด้วยเช่นกัน

คือ แนวโน้มที่ต่ำลง ซึ่งสามารถดูได้จากดัชนีของหุ้นต่างประเทศที่สำคัญ เพราะภาวะการลงทุนในตลาดต่างประเทศย่อมส่งผลถึงตลาดหุ้นไทยไม่มากก็น้อยนั้นเอง ส่วนนี้สามารถหาอ่านตามข้อมูลข่าวทั่วไปก็ยังทำได้

ความสำคัญตลาดคริปโตฯ จะเข้าสู่ภาวะหมี

นั้นหมายความเป็นนัยสำคัญว่า หากเป็นตลาดหมี ก็แปลว่า นักลงทุนควรถือเงินสดให้มากกว่าสินทรัพย์เสี่ยง และมีความอดทนรอดูสถานการณ์จนกว่าตลาดจะฟื้นตัว ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่เน้นป้องกันการขาดทุน

การลงทุนในช่วงตลาดหมี ควรมุ่งเน้นไปที่การลงทุนในหุ้นเน้นคุณค่า (Value Stock) ซึ่งเป็นแนวทางการลงทุนที่เน้นลงทุนในกิจการที่ผู้ลงทุนเชื่อว่ามีราคาหุ้นต่ำกว่ามูลค่าพื้นฐาน โดยการวิเคราะห์มูลค่าทางบัญชีหรือสัดส่วนทางการเงินแบบต่างๆ เช่น มูลค่าหุ้นตามบัญชี (Book Value) สัดส่วนราคาหุ้นต่อกำไร (Price-to-Earning Ratios) สัดส่วนราคาหุ้นต่อมูลค่าตามบัญชี (Price-to-Book Ratios) หรือสัดส่วนเงินปันผล (Dividend Yields) ข้อมูลเหล่านี้ เชื่อว่านักลงทุนมีข้อมูลของแต่ละคนในมือ อยู่แล้ว ไม่มากก็น้อยเท่านั้นเอง ในสภาวะที่ตลาดซบเซา อาจจะเป็นโอกาสให้ได้ซื้อหุ้นที่มีคุณภาพดีในราคาที่เหมาะสมได้